แทงบอล » ราคาบอล » ราคาบอล 3 คืออะไร
ราคาบอล 3 คืออะไร เข้าใจแต้มต่อสามลูก และวิธีคิดผลเดิมพัน

ราคาบอล 3 คืออะไร แต้มต่อสามลูก ยิงห่าง 4 ลูก รับเงินเต็มจำนวน

ราคาบอล 3 คืออะไร หากอธิบายแบบตรงที่สุด คือราคาแฮนดิแคปที่ทีมต่อแบกแต้มอยู่ 3 ประตูเต็ม เงื่อนไขสำคัญคือทีมต่อต้องชนะด้วยผลต่างตั้งแต่ 4 ประตูขึ้นไปจึงจะชนะเดิมพันเต็มตามค่าน้ำ หากชนะพอดี 3 ประตู ผลเดิมพันจะเสมอราคาและได้รับเงินเดิมพันคืน ส่วนการชนะไม่ถึง 3 ประตูจะถือว่าไม่ผ่านแต้มต่อ จุดที่ทำให้ราคา 3 ต่างจากราคาควบอย่าง 2.75 หรือ 3.25 คือเป็นราคาเต็ม จึงไม่มีการแบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วน และไม่มีผลได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง การตัดสินจะมีเพียงได้เต็ม คืนทุน หรือเสียเต็มเท่านั้น

ทำความเข้าใจราคาบอล 3 และหลักการตัดสินผลเดิมพัน

ราคาต่อรองบอล 3 ลูก เป็นแฮนดิแคปแบบราคาเต็มที่กำหนดให้ทีมต่อเสียเปรียบทางราคาอยู่ 3 ประตู การตัดสินผลจึงดูจากส่วนต่างของสกอร์หลังจบการแข่งขันเป็นหลัก จุดสำคัญอยู่ที่ผลต่าง 3 ประตู ซึ่งเป็นเส้นคืนทุนของราคานี้ หากทีมต่อชนะมากกว่าเส้นดังกล่าวจึงจะได้เต็ม แต่ถ้าชนะต่ำกว่า 3 ประตู ฝั่งรองจะเป็นฝ่ายผ่านราคา

ต่างจาก ราคาต่อรองบอล แบบควบที่ต้องแบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วน ราคา 3 ใช้เงินเดิมพันทั้งหมดตัดสินด้วยเรตเดียว จึงไม่มีกรณีได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง ผลที่เกิดขึ้นมี 3 แบบหลัก คือ ได้เต็ม เสมอราคาและคืนทุน หรือเสียเต็ม การแยกเงื่อนไขเหล่านี้ให้ชัดจะช่วยให้ตรวจผลเดิมพันได้ง่ายขึ้น

ทีมต่อ 3 ต้องชนะกี่ประตูจึงได้รับเต็มตามค่าน้ำ

การเลือก ทีมต่อ 3 หมายความว่าทีมที่เลือกต้องชนะด้วยผลต่างตั้งแต่ 4 ประตูขึ้นไปจึงจะได้เต็ม เช่น ผลการแข่งขัน 4-0, 5-1 หรือ 6-2 ล้วนมีผลต่าง 4 ประตู จึงผ่านแต้มต่อและได้รับผลตอบแทนตามค่าน้ำที่กำหนด

หากทีมต่อชนะพอดี 3 ประตู เช่น 3-0 หรือ 4-1 จะถือว่าเสมอราคา เงินเดิมพันทั้งหมดได้รับคืน แต่ถ้าชนะเพียง 1 หรือ 2 ประตู รวมถึงเสมอหรือแพ้การแข่งขัน จะเสียเดิมพันเต็ม

ทีมรอง 3 แพ้ได้กี่ประตูจึงยังไม่เสียเดิมพัน

ฝั่ง ทีมรอง 3 มีเงื่อนไขกลับกัน โดยสามารถแพ้พอดี 3 ประตูและยังได้รับเงินเดิมพันคืน เช่น แพ้ 0-3 หรือ 1-4 เพราะเมื่อนำแต้มต่อ 3 ประตูมาคำนวณแล้ว ผลจะเสมอกันพอดี

หากทีมรองแพ้เพียง 1 หรือ 2 ประตู รวมถึงสามารถเสมอหรือชนะการแข่งขันจริงได้ ฝั่งรองจะชนะเดิมพันเต็ม แต่ถ้าแพ้ด้วยผลต่างตั้งแต่ 4 ประตูขึ้นไป จะเสียเต็มตามเงื่อนไขของราคา

ตัวอย่างการคำนวณราคา 3 จากผลการแข่งขันแต่ละแบบ

ผลการแข่งขันฝั่งทีมต่อ 3ฝั่งทีมรอง 3
ทีมต่อชนะ 4-0ได้เต็มเสียเต็ม
ทีมต่อชนะ 3-0คืนทุนคืนทุน
ทีมต่อชนะ 2-0เสียเต็มได้เต็ม
ทีมต่อชนะ 1-0เสียเต็มได้เต็ม
เสมอ 1-1เสียเต็มได้เต็ม
ทีมต่อแพ้ 0-1เสียเต็มได้เต็ม

หากสมมติเดิมพัน 1,000 บาท ค่าน้ำ 0.90 แล้วเลือกทีมต่อราคา 3 หากชนะ 4-0 จะได้กำไร 900 บาท รวมทุนเป็น 1,900 บาท แต่ถ้าชนะ 3-0 จะได้รับเงินเดิมพัน 1,000 บาทคืนทั้งหมด ส่วนกรณีชนะเพียง 2-0 จะเสียเต็ม 1,000 บาท

เปรียบเทียบราคาบอล 3 กับราคา 2.75 และ 3.25 ต่างกันตรงไหน

ราคา 2.75, 3 และ 3.25 ต่างกันชัดที่สุดเมื่อทีมต่อชนะพอดี 3 ประตู โดยราคา 2.75 จะได้ครึ่ง เพราะเงินแบ่งไปที่ 2.5 และ 3 ส่วนราคา 3 จะคืนทุนทั้งหมด เนื่องจากสกอร์ห่างเท่ากับแต้มต่อพอดี ขณะที่ราคา 3.25 จะเสียครึ่ง เพราะเงินแบ่งเป็นราคา 3 และ 3.5 ดังนั้น แม้แต้มต่อทั้งสามจะห่างกันเพียง 0.25 แต่ผลของบิลสามารถเปลี่ยนจากได้ครึ่งเป็นคืนทุนหรือเสียครึ่งได้ทันที การเลือกเรตจึงควรดูทั้งความเป็นไปได้ที่ทีมต่อจะชนะขาดและค่าน้ำประกอบกัน โดยเฉพาะคู่ที่มีแนวโน้มจบด้วยผลต่าง 3 ประตู เพราะเป็นจุดตัดสินสำคัญของราคาทั้งสามแบบนี้

ราคาบอล 3 มักเปิดเมื่อศักยภาพของสองทีมต่างกันระดับใด

ราคาบอล 3 มักพบในคู่ที่ศักยภาพของสองทีมต่างกันชัด โดยทีมต่อควรมีทั้งเกมรุกที่ทำประตูได้ต่อเนื่อง ขุมกำลังเหนือกว่า และมีสถิติชนะขาด ขณะที่ทีมรองอาจมีปัญหาเกมรับหรือมาตรฐานผู้เล่นเป็นรอง อย่างไรก็ตาม ราคาสามลูกไม่ได้หมายความว่าฝั่งต่อจะผ่านราคาเสมอ เพราะต้องชนะตั้งแต่ 4 ประตูขึ้นไปจึงได้เต็ม ส่วนผลต่าง 3 ประตูจะคืนทุน จึงควรตรวจฟอร์มล่าสุด การจัดตัว แรงจูงใจ และลักษณะการเล่นหลังขึ้นนำร่วมกันก่อนเลือกฝั่ง

สรุป ราคาบอล 3 อ่านไม่ยากเมื่อจำเงื่อนไขผลต่างสามประตู

ราคา 3 ลูก เป็นราคาเต็มที่ตัดสินผลจากส่วนต่างของสกอร์โดยตรง ทีมต่อจะได้เต็มเมื่อชนะตั้งแต่ 4 ประตูขึ้นไป หากชนะพอดี 3 ประตูจะคืนทุน ส่วนทีมรองสามารถแพ้ได้ไม่เกิน 2 ประตูและยังได้เต็ม หากแพ้ 3 ประตูจะคืนทุนเช่นกัน จุดสำคัญจึงอยู่ที่การจำว่า 3 ประตูคือเส้นเสมอราคา ไม่ใช่จุดที่ฝั่งต่อชนะเดิมพัน